Donovan's profileDonovan BoydPhotosBlogLists Tools Help
 
แสดงในเรื่องใส่แว่นน่ารักมาก ยิ่งตอนเค้ายิ้มตอนท้ายเรื่องนะครับ โอ้โห ใจละลาย หลงรักเลยเต็มๆ อุอุ พูดถึงหนังเรื่องนี้ แต่โฟกัสที่คนคนเดียว แหะๆ ก็น่ารักอ่ะ นั่งดูจบ ย้อนกลับไปดูรอยยิ้มของน้องเค้า ซ้ำแล้วซ้ำอีก น่ารักอ่ะ น่ารัก
 
อยากให้ได้เรื่องนี้กันจัง ผมว่าน่ารักดี เรื่องราวนะ (คนก็ด้วย ^_^) ถ้าอยากได้ ทั้งหนังทั้ง Soudtrack บอกได้ครับ อุอุ
ใครได้ดูแล้ว มาเล่าความรู้สึกได้เน้อ อิอิ
August 31

Mitsubishi New Lancer Concept Car !!!

^_^ มาอีกแล้วกับ Mitsubishi ชอบจังๆ เห็นตัวนี้มานานแต่มีคนเอามาย้ำเรื่อยๆ เลย เอามาลงสเปซซะเลย บันทึกไว้ ก็มันโดนซะขนาดนี้นี่นา ^o^
 
Mitsubishi New Lancer [Concept]
 
 
 
เห็นว่ากันว่า เป็นแค่ต้นแบบ แต่ตัวที่ผลิตจริงก็จะเป็นไปตามนี้แหละ เห็นครั้งแรก โอ๊ววว Mazda 3 ที่ว่าประทับใจนั้น ดับไปในทันที ไม่รู้ทำไมชอบ Mitsu แฮะ ออกหน้าออกตา ชอบดีไซน์ที่ดูเป็นเหลี่ยมๆ ไม่โค้งๆ อ้วน แต่เห็นหลายคนตำหนิมาว่า ปากด้านหน้ามันกว้างมากๆ จริงๆ ผมว่าไม่กว้างหรอก เพราะมันจะมีแถบคั่นอยู่ แต่ในรูปเป็นสีดำ เลยดูเป็นปากใหญ่ๆ แต่สวยออก ที่ชอบที่สุดเห็นจะเป็นไฟหน้า ที่ดีไซน์ได้ใจ เป็นอย่างยิ่ง ไฟหน้า เจ้าที่ชอบเนี่ย สำหรับผม ยกให้ BMW สวยดี มีเอกลักษณ์ แต่รถยี่ห้อในฝันเลยก็ Audi งาย สวย ชอบสไตล์นั้น
เพราะงั้น Concept car ของ Mitsubishi ตัวนี้เลย ค่อนข้างโดน เพราะแตกต่างจากเดิมแบบ น่าตกใจ มันไม่ได้เปลี่ยนนิดๆ หน่อยๆ แต่มันคนละอย่างกันเลยทีเดียวเชียว เห็นว่า จะออกมาจริงๆ ราวๆ อีก 2 ปีข้างหน้า อืม -_-" นานพอดู ต้องรอดูข้างใน ว่าจะขนาดไหนกัน *^_^*
August 29

MItsubishi Triton & Stealth

อ่า วันหยุดที่ผ่านมาไปเที่ยวไหน กันมาบ้างเอ่ย
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ตื่นแต่เช้า เพราะมีโทรศัพท์มาปลุกแต่เช้าเลย ^_^ อืม แต่ก็ยังมึนๆ อยู่ เพราะไม่สบายมาตั้งกะ วันอังคาร แต่ก็ดีขึ้น วันพฤหัสนี่แย่มาก จะอาเจียนตลอดเลย T_T แต่ก็ดีขึ้นและ วันเสาร์ ตกเย็นก็ได้ไปงานเปิดตัวรถกะบะ Mitsubishi  สายพันธุ์ใหม่ Triton ที่เมืองทองธานี ไปถึงก็ราวๆ 6 โมง สวยดีๆ ด้านหน้าดูเท่ห์มั่ก แต่ ช่วงต่อระหว่าง กระบะ กับข้างหน้า มันดูไม่ค่อยจะเข้ากันนัก ข้างหน้าดูดุ แต่ ด้านท้ายจะดูแนววัยรุ่นไป แต่ข้างในกว้างดีนะ ชอบๆๆ
เดินไปเดินมา ไปเจอ แบบที่เค้าแต่งแล้ว โอว สวยมั่กๆๆ โดยเฉพาะสีดำ ดูเจ๋งดี ยิ่งสีส้ม เปลวไฟ ยิ่งจ๊าบใหญ่ ออกจากงานก็ราวๆ 2 ทุ่ม นิดๆๆ แล้วก็เลยไปดู Stealth ที่แฟชั่นไอร์แลนด์ รอบ 4 ทุ่มครับ ไปทันรอบ 3 ทุ่มครึ่ง แต่มันพากย์ไทย เลยดู รอบสุดท้าย (มึคนมาดู 5 คน )
Stealth นี่ สนุกดีนะ ทำออกมาได้ดี แม้ CG อาจจะไม่ค่อยเนียนบ้างในบางฉาก ต้นๆ เรื่องดูแล้ว โอว มัยเท่ห์งี้หว่า ไปๆ มาๆ ไม่อยากขับเลยอ่ะ เร็วก็จริง แต่ถ้าพลาดขึ้นมานี่ % รอด น้อยมากๆ เลย ท้ายๆ โคตรจะลุ้น เอาใจช่วยนางเอกเต็มที่ เพราะคิดถึงสถานการณ์จริงๆ คงรอดได้ยาก ออกจากโรงราวๆ เที่ยงคืนครึ่ง อุอุ กลับมาก็ยังไม่นอนนะขอรับ เป็นผู้ช่วยนั่งทำงานต่อจนถึงราวๆ ตี 4 ครึ่ง ก็เลยตัดสินใจ นอนกันดีกว่า
 
ตื่นมาตอนเช้าราวๆ 9 โมงของวันอาทิตย์ หาอะไรทาน ตอนเย็นก็ไปเดินดูอะไรนิดหน่อย ก็เป็นอีก 1 สุดสัปดาห์ แห่งความสุขขอรับ ไม่ค่อยได้เล่าเรื่องตัวเองเท่าไหร่ อุอุ เลยมาเล่าซะบ้าง
 
ป.ล. ตอนนี้ ฟัง Brian McFadden บ่อยมาก เลย ชอบๆ พอดี อาทิตย์ที่แล้ว ไปจิ๊กแผ่นมาจากบ้านป๋าโทน ^_^ เพราะชอบ Almost Here ที่ร้องกับ Delta Goodrem มากๆ เลยอยากฟัง ทั้งอัลบั้ม มี 11 เพลง ป๋ษโทนแนะนำ Real to me อืม ฟังแล้วก็ชอบด้วย แต่จริงๆ เคยได้ยินทาง FM มาแล้วเพลงนี้ แทรคอื่นๆ ที่ชอบ ก็ เช่น Demons | He's no hero | Sorry, Love Daddy | Walking Disaster ลองหามาฟังกันดูเน้อ ง่วงนอนแย้ว ไปนอนดีก่า
August 01

Crash : Breathtakingly Intelligent Movie!

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดทนไม่ไหว ทำให้ต้องไปดูภาพยนต์เรื่องนี้ให้ได้ ตั้งใจจะดูตั้งแต่ วันพฤหัส (ฉายวันแรก) แต่ก็ไม่ได้ไปดูสักที จนวันศุกร์ก็ไม่ได้ดู วันเสาร์ก็ไม่ได้ดูอีก จนวันอาทิตย์ ยังงัยก็ต้องดูให้ได้เล้ย ว่าแล้วก็ไปดูรอบแรกของวันเลย ^_^ 11.15 น. ที่นั่ง E7 โรงที่ 9 เมเจอร์ รัชโยธิน

ไปถึงเมเจอร์ราวๆ 10 โมงครึ่ง ก็เดินไปดู ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ แบบ Extended 4 แผ่น ว่า Package แบบ Boxset ออกมาหรือยัง ปรากฏว่ายัง แถมพนักงานขาย ก็โน้มน้าวให้ซื้อแบบแยกไปเลย ไม่ต้องรอ เพราะไม่ต่างกัน แถม ราคาจะแพงกว่าเดิมอีกนะ แล้วก็ของมีจำนวนจำกัด คุยไปคุยมา ผมก็เอ๊ะ อะไรกันนี่ จะให้ซื้อให้ได้ พยายามจะบอกว่า ที่เมืองนอกไม่มีขายนะ เวอร์ชั่นนี้ ทำเฉพาะที่ไทย โอ๊ะ โอ พูดถึงขนาดนี้เลย แถมยังบอกด้วยว่า มีคนต่างชาติมาซื้อไป 10 ชุด เอาไปขายต่อที่โน่น ชุดละ 2000 แหน่ะ ที่เมืองนอกไม่มี  อืม ไม่รู้ว่ากะลังพูดอยู่กะใคร ผมก็เลยบอกๆ ไปว่ามันมีกี่แบบ คุณเธอก็เงียบไป แล้วก็ได้รู้ว่า เป็นวันปิดยอดสิ้นเดือน ถ้าขายได้ ลอร์ด 3  แพ๊ค ยอดของเค้าจะแจ๋วเลย อ่อ ถึงกับขนาดโม้นั่นโม้นี่ น่าจะจริงใจกับลูกค้าหน่อยนะ เฮ้อ เพื่อยอดขาย

ก็เลยเดินขึ้นไปนั่งจดบันทึกรอเวลาฉายชั้นบน ไม่ยอมให้ผมเข้าก่อนเวลาด้วย -_-" แต่แล้วก็ได้เข้าไป อุอุ เดินเข้าโรงเป็นคนแรกลย นั่งตรงกลางด้วย นั่งๆ ไป อะไร ไม่มีคนดูเลยเหรอนี่ โธ่ หนังเรื่องนี้ แฟนผมแสดงนะ ตอนยืนถวายความเคารพ สังเกตดู มีคู่นึง (มีอายุ) มาดู แถวเดียวกับผม แต่นั่งริมทางเดิน หันไปดู มีคนนึงนั่งข้างหลังผม และผู้หญิงอีก  2 คน ด้านบน และอีก 2 คนด้านหลังของคู่ที่นั่งแถวเดียวกับผม ราวๆ 8 คนได้ เชื่อมั้ย มีแต่ผู้ใหญ่มาดูอ่ะ 0_0 ผมเด็กสุดแล้ว ทั้งโรง (เวงกำ วัยรุ่นเค้าไม่ดูกันเหรอเนี่ย หนังเรื่องนี้) ตอนนั่งดู เหมือนนั่งดูอยู่คนเดียวเลย เพราะด้านหน้าผม ไม่คนเลย ได้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ อิอิ ^_^ ว่าแล้วก็พูดถึง ความประทับใจ จากหนังเรื่องนี้ดีกว่านะ
 
 
ภาพยนต์เรื่องนี้ ถ้าใครจะไปดู บอกได้เลยว่าไม่มีความสนุกเลยแม้แต่น้อย ไม่มีเลยจริงๆ ถ้าจะเอาความบันเทิง คงไม่สามารถให้ได้ แต่ถ้าจะเอาความจรรโลงใจละก็ มีให้เต็มๆ เป็นหนังที่เนื้อหาดีที่สุดในรอบปี 2005 ที่ดูมาเลยทีเดียวเชียว ช่วงแรกของหนังเปิดเรื่องด้วย ความคิดที่เรียกได้ว่า มองโลกในแง่ร้าย เต็มที่ และเน้นในประเด็นของความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติและสีผิว ตัวละครหลักๆ เกี่ยวเนื่องกันหมด การมองโลกในแง่ร้ายดูแล้วหดหู่มาก มากจนคิดได้ว่า โลกเรามันเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือ เต็มไปด้วยความกลัว และหวาดระแวง ไม่มีความสวยงามใดๆ
 
 
แม่บ้านและสามีอัยการ, ครอบครัวชาวเปอร์เซีย, ช่างทำกุญแจชาวแม๊กซิกัน, ตำรวจสืบสวนคู่หนึ่งที่เป็นคู่รักกัน, ผู้กำกับรายการโทรทัศน์ชาวแอฟริกัน-อเมริกันและภรรยา,2 วัยรุ่นผิวดำที่ชอบขโมยรถ, ตำรวจหน้าใหม่, และสามีภรรยาชาวเกาหลี พวกเค้าเหล่านี้อาศัยอยู่ใน Los Angeles และ พวกเค้าจะมาพบกัน โดยการพบกันของผู้คนเหล่านี้ มีทั้งความบังเอิญและจงใจของตัวละคร เต็มไปด้วยเรื่องราวสะเทือนใจ แม้เรื่องราวจะออกโทนมืด แต่ก็มีแสงสว่างเล็กๆ อยู่ด้วยเสมอ แทรกไว้อย่างลงตัว ไม่โจ่งแจ้งและชัดเจน สัมผัสได้ด้วยใจ แม้ตอนจบจะยังคงความมืดไว้ แต่แสงสว่างที่เกิดขึ้นในใจ ยังคงสว่างไสวอยู่ ผมนั่งนิ่งหลังจากที่ภาพยนต์นี้ฉายจบลง และเดินออกจากโรงเป็นคนสุดท้าย และคงจะกลับไปดูอีกครั้งนึง
 
มีฉากที่ประทับใจมากๆ อยู่หลายฉาก แต่มีอยู่ฉากนึงที่ทั้งสะเทือนใจ แต่ก็อิ่มใจด้วยเช่นกัน ชอบมาก ช๊อคเลยทีเดียว 
 
จะทำให้โลกไม่น่าอยู่กันทำไม ในเมื่อเราสามารถทำให้มันน่าอยู่ขึ้นได้
July 12

Monster will become the Movie

โอ๊ะ โอ วันนี้ได้เจอข่าวที่น่ายินดี เป็นอย่างยิ่ง ว่า การ์ตูนเรื่องโปรด จะถูกสร้างเป็นภาพยนต์แล้วขอรับ นั่นคือ เรื่อง Monster นั่นเอง (เคยอ่านกันบ้างป่าว) อุอุ ดีใจๆ
Monster by Naoki Urasawa
ว่าด้วยเรื่องราวของ ศัลยแพทย์มือฉมัง จิตใจดีงาม ได้ผ่าตัดช่วยเหลือ เด็กคนหนึ่ง จากอาการโคม่า จนสำเร็จ หลังจากนั้นก็เกิดการฆาตกรรมผู้อำนวยการของโรงพยาบาลเกิดขึ้น และเด็กผู้ชายคนนั้น ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ และเกิดคดีสะเทือนขวัญ อย่างต่อเนื่อง
 
 
จากการที่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ พบว่า ลำดับเรื่องราวได้ดีมาก ตื่นเต้นและซับซ้อน คล้ายกับการดูภาพยนต์สืบสวนสอบสวนดีๆ ซักเรื่องนึง อย่างช่วยไม่ได้ เป็นการ์ตูนอีกเรื่องในดวงใจ ที่คิดถึงอยู่เสมอๆ ครับ
 
อีกเรื่อง ที่อยากแนะนำให้อ่านของ Naoki Urasawa คือ 20th Century Boys ที่กำลังสนุกอยู่ในตอนนี้ ของไทยวางแผงถึงเล่มที่ 17 แล้วครับ แต่หาอ่าน เล่มที่ 18 ได้ทางอินเตอร์เน็ต รับรองสนุก แต่อาจจะเครียดหน่อยนะ เพราะเรื่องราวค่อนข้างซับซ้อน และ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อิอิ
 
July 08

Hotelier

อ่า ว่าจะเขียนหลายวัน แต่ก็ให้ป่วยไปซะทุกที
 
ราวๆ อาทิตย์หรือสองอาทิตย์ก่อน มีเรื่องให้ชวน หยิบซีรี่ย์เกาหลีเรื่องนี้ มาดู (เป็นซีรี่ย์เกาหลีเรื่องแรกที่ได้ดู) เรื่องนี้ มีพี่ที่ใจดีท่านนึง แนะนำให้ดู จริงๆ เคยฉายทางไอทีวีมาแล้ว เมื่อประมาณปี 2545 แต่ตอนนั้น มิได้สนใจ จริงๆ ตอนแรก ก็ไม่คิดว่า จะชอบขนาดนี้ เพราคาดว่า คงเป็นหนังรักโรแมนติค อะไรทำนองนั้น ซึ่งเกาหลี ขึ้นชื่ออยู่แล้ว ด้านหนังแบบนี้
 
 
Hotelier (เช็คอินหัวใจ) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโรงแรมแห่งหนึ่ง ในประเทศเกาหลี พล๊อคเรื่องหลากหลาย ไม่ได้เน้นเรื่องของความรัก แต่เพียงอย่างเดียว ตัวหนังให้แง่มุมหลายๆ อย่าง มีทั้ง ดราม่า กุ๊กกิ๊กน่ารัก ซีเรียส และความอลม่านวุ่นวาย มีทั้งหมด 20 แผ่น ตอนแรก กะ ดูแค่แผ่นแรกลองเชิง ถ้าเข้าเค้าเดิมๆ รักๆ ก็คงดองเอาไว้ก่อน แล้วค่อยดู ต่อ แต่พอได้เปิดแผ่นแรกดู กลับดูอย่างเพลิดเพลิน จนจบแผ่น อ้าว ช้าอยู่ใย ชอบๆ ต่อแผ่น 2 เลยทันที แล้วก็ต่อไปเรื่อยๆ ดูต่อเนื่อง เป็นเวลา วันกว่าๆ จบ ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ชอบอ่ะ เรื่องราวในหลายๆ แง่มุม การพากย์เสียงของไอทีวี ผมก็ว่าทำได้ดีนะ การใช้น้ำเสียงและคำพูดระหว่างตัวละคร ดูเหมาะสมทีเดียวเชียว ทั้งตัวละครหลักและ ตัวละครรอง ก็คัดมาได้พอเหมาะดี ดูแล้วไม่ขัด ดนตรีประกอบเองก็เพราะ ชอบๆ ทั้งยังมีเพลงอื่นๆ ที่เอามาใส่ในหนังด้วยก็เพราะจนต้องกระเสือกกระสน หาว่า มันคือ เพลงอะไร
แนะนำ ตัวละครหลักกันหน่อย ไล่จากซ้ายไป ขวา จากรูปด้านบน ^_^
 
Hun Tae Jun (แสดงโดย  Kim Seung Woo  )
รับบทเป็นผู้จัดการใหญ่ของโรงแรม ที่เป็นที่รักใคร่ของท่านประธาน แต่เกิดเรื่องอื้อฉาว ทำให้ต้องลาออกจากโรงแรมไป และถูกตามตัวให้กลับมาช่วยเหลือโรงแรมในภายหลัง โดยคนที่ไปตามก็คือ So Jin Yong ซึ่งถือเป็นเพื่อนสนิทและรู้ใจ เมื่อครั้งที่ทำงานด้วยกัน ลักษณะตัวละคร เป็นคนสุขุม พูดน้อย ข่มความรู้สึกไว้ภายใน มุมมองเรื่องของความรัก คือ ไม่มั่นใจ กลัว แต่ก็มีจิตใจที่ดี
 
Kim Yun Hee (แสดงโดย  Song Hye Kyo )
ใครไม่รู้จักคนนี้ คงไม่ถือได้ว่า เป็นแฟนละครเกาหลี ผมว่าเธอค่อนข้างเด่นทีเดียวเชียว และกำลังมีละครที่กำลังแพร่ภาพทางทีวีอยู่ในขณะนี้ Full House นั่นเอง รับบทเป็นลูกสาวของ Kim Bog Man ซึ่งเคยเป็นเพื่อนสนทกับท่านประธานของโรงแรม แต่ก็ต้องมีความแค้นต่อกันในเรื่องของผู้หญิง คิมยุนฮี ได้พบกับ ฮันเทจุน โดยบังเอิญ และเกิดความประทับใจในตัว Hun Tae Jun
ลักษณะตัวละคร เป็นคนเข้มแข็ง แม้จะเกิดมาท่ามกลางความร่ำรวย แต่ก็ขาดความอบอุ่น มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ มุมมองเรื่องความรัก ผมประทับใจ มุมมองความรักของ คิม ยุน ฮี ที่สุด มั่นคง จริงใจ ไม่เหลาะแหละ และตรงไปตรงมา คิดยังงัยรู้สึกยังงัยก็พูดตรงๆ ไม่ต้องท่ามาก แต่ก็ไม่เกินงาม อยากให้ผู้หญิงเป็นแบบนี้จัง
 
So Jin yong (แสดงโดย  Song Yoon Ah )
คนนี้ ผมประทับใจเป็นการส่วนตัว อุอุ เป็นศูนย์กลางของเรื่องเลยก็ว่าได้ เราจะได้พบกับเธอ ตั้งแต่ต้นเรื่องกันเลยทีเดียว ประทับใจก็คนนี้แหละ ^_^ So Jin Yong เคยมีความรู้สึกที่ดี ให้แก่  Hun Tae Jun แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้ง สิ่งที่ออกจากปากฝ่ายชาย คือ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และใจของเธอก็หวั่นไหวอีกครั้ง กับชายหนุ่มมากความสามารถ และไม่เคยเหลียวมองผู้หญิงคนไหนเลย ไม่เคยสัมผัสความรัก เนื่องจากมีปมชีวิตในวัยเด็ก สิ่งเดียวที่ทุ่มเท คือ เรื่องงาน เค้าคือ Shin Dong Hawk แต่ความรักของเธอกลับมีอุปสรรคสำคัญ เมื่อพบว่า ชายหนุ่มที่เข้ามาทำให้หัวใจของเธอ มีความสุขอีกครั้งนั้น เป็นคนที่จะมาฮุบโรงแรม ที่เธอทุ่มเทชีวิตและจิตใจ และรักโรงแรมนี้ แล้วเธอจะเลือก เค้า หรือ โรงแรม?
ลักษณะตัวละคร เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ น่ารัก สดใส มีความอบอุ่น
 
Shin Dong Hawk (แสดงโดย  Bae Yong Joon )
อ่าพระเอกคนนี้ ก็คงน่าจะรู้จักกันนะครับ แสดงหลายเรื่องเลย ชิน ดอง ฮ๊อก เป็นชายหนุ่มผู้มีปมในวัยเด็ก เค้าเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับเลี้ยง แต่เค้าก็ยังโหยหาความรักจากพ่อและแม่ที่แท้จริง Sin Dong Hawk ได้พบกับ So Jin Yong โดยบังเอิญ และทำให้เค้าได้สัมผัสความรักเป็นครั้งแรก แต่ก็มีอุปสรรคสำคัญ คือ สิ่งที่ตัวเองกำลังทำนั้น เป็นสิ่งที่ทำร้ายคนรักของเค้า
ลักษณะตัวละคร มีปมในวัยเด็ก ขาดความรัก ต่อสู้ด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก
 
ดูจนจบประทับใจ เนื้อเรื่องที่ดูแล้ว น่าจะเกิดขึ้นได้จริง ไม่เศร้าเกินไป แล้วก็ไม่ได้หวานจนเลี่ยน แฝงไปด้วยแง่คิดมากมาย แต่ที่วันนี้ เอามาพูดถึงก็คือ มีเพลงๆ นึง ในเรื่องนี้ ที่แค่ขึ้น Intro ก็ทำเอาผม ขนลุก (เกิดเวลาได้ยินเพลงที่โดน) ตามหาอยู่นาน ไม่ใช่เพลงใครที่ไหน ของ Sting นี่เอง ชื่อเพลง Fragile ใช้เวลาหานานมาก แต่ไม่คิดว่าจะเจอโดยบังเอิญ เมื่อคืนวาน พยายามหาดาวน์โหลดทั้งคืน แต่ก็ไม่ได้สักที จนเมื่อเช้า ได้มีผู้ใจดี ช่วยหาเพลงนี้ให้ กับเจออย่างไม่ยากลำบาก จริงๆ ผมก็เจอนะ แต่มันโหลดไม่ได้นี่นา เจอแต่ที่ใช้ประกอบ Clip ตัวอย่างของ สุสานหิ่งห้อย ลองโลหดมาฟังดู พร้อมกับภาพในเรื่องสุสานหิ่งห้อย เศร้า ที่นี่ (Real Player) และนี่ก็ เนื้อเพลง มี Clip MV เพลงนี้ให้โหลดด้วยเด้อ
ลองฟังกันดูนะครับ
 
รายละเอียดเพิ่มเติมของ Hotelier อ่านได้ทีนี่ครับ
ทำความรู้จักกับ นักแสดงหลัก 4 คนเพิ่มเติมได้ จากลิงค์ชื่อนะครับ
ปล. ขอขอบคุณ ท่านหน่อง ที่ช่วยหาเพลงนี้ให้ อย่างรวดเร็ว ขอบคุณมากขอรับ
 

Blog


    May 10

    May...

    แหะๆๆ หายไปอย่างยาวนานกว่าเดิม ก๊ากกกกก ขี้เกียจนั่นเอง
    เดือนที่แล้ว พอดีมีช่วงไม่รู้จะทำอะไร เลยไปคว้าหนังสือเล่มนึงมาอ่าน สร้าวเป็นภสพยนต์เรียบร้อยแล้ว เห็นตัวอย่างตั้งกะ กลางปีที่แล้วโน่น อยากดูโคตรๆๆๆ ตอนแรกกะอ่านเล่นๆ ฆ่าเวลา อ่านไปอ่านมา วางไม่ลงซะงั้น
     
    เป็นเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนา ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โบราณคดี และศิลปะ เข้าด้วยกัน เป็นเรื่องเป็นราวของการตามล่าหาความจริง ที่จะทำลายความเชื่อที่มีมายาวนาน เรื่องราวเริ่มต้นจากการตายอย่างเป็นปริศนาของชายผู้หนึ่ง การตายนี่ ได้ทิ้งรหัสลับ ไว้ให้ตามแก้กันอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว อ่านตั้งแต่ต้นจนจบภายวันเดียวเท่านั้น
     
     
    The DaVinci Code
     
    และจากความดังของหนังสือเล่มนี้ ก็ได้กลายมาเป็น ภาพยนต์ที่น่าดูมากๆ แค่แสดงนำทั้งหกคน โดยเฉพาะ ทอม แฮงค์ ดาราคนโปรดเลยเชียว เข้าฉายบ้านเราก่อนทั่วโลกหนึ่งวัน รอดูๆๆ
     
    ** โดยส่วนตัวแล้ว มีความรู้สึกบางอย่างต่อศาสนานี้เป็นอย่างมากอยู่แล้ว จึงอ่านแล้วไม่มีผลให้ศรัทธาอะไรใดๆ มากขึ้น กลับรู้สึกว่า อยากให้เรื่องที่แต่งนี้เป็นจริง **
    February 04

    78th Academy Awards

      หวัดดีครับ ห่างหายไปราวๆ ๑ เดือนพอดีเด๊ะ ใกล้เข้ามาแล้วกลับงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 78 ประจำปี 2005
     
     Brokeback Mountain  Capote  Crash  Good Night and Good Luck  Munich
     
    นี่คือ ภาพยต์ที่เข้าชิงในสาขาภาพยนต์ยอดเยี่มประจำปีนี้ อันได้แก่ Brokeback Mountain | Capote | Crash | Good night, and Good luck และ Munich
     
    ภาพยนต์ทั้ง ๕ เรื่องนี้ ได้ชมไปแล้ว เพียง ๑ เรื่องเท่านั้น ครับ คือ Crash ชอบมากเลยทีเดียว เป็นหนังแนวคว้ารางวัลจริงๆ (หนังแนวนี้ชอบมีบรรยากาศแบบนี้แฮะ ไม่รู้ทำไม) จริงๆ ที่ดู เพราะมี แซนดร้า บูลลอค แสดงครับ แฮะๆ แต่ปรากฏว่า ทั้งเรื่องนี้ชอบหมดเลย เคยเอามาพูดถึง ณ สเปซแห่งนี้ไปแล้วเรียบร้อย ได้ข่าวตั้งแต่ตอนดู ว่า มีสิทธิ์เข้าชิงออสการ์ ด้วย แต่เนื่องจากฉายไปตั้งกะต้นปี ก็เลยคิดว่า ทางคณะกรรมการ น่าจะลืมหนังเรื่องนี้ไปซะแล้ว แต่ในที่สุดก็มาเป็น ๑ ในภาพยนต์ที่เข้าชิง สาขาภาพยนต์ยอดเยี่ยม (เยี่ยมไปเลย)
     
    อีกเรื่องที่รอชม คือ Brokeback Mountain นั่นเอง กำลังจะเข้าฉายในบ้านเราด้วย คงต้องไปดูให้ได้ เป็นหนังที่ฮือฮา เอามากๆ ทีเดียวเชียว เหอๆ คงรู้กันแล้วม้าง ว่าเป็นหนังเกี่ยวกะอะไร
     
    ถ้าจะให้เชียร์ คงเป็นสองเรื่องนี้ เพราะอีก 3 เรื่องไม่รู้ข้อมูล แต่ Capote ก็น่าดู (ดูจากโปสเตอร์) แต่จริงๆ แล้ว เชียร์ Crash มากกว่า และมีแนวโน้มเป็นไปด้สูงทีเดียว หนังเรื่องนี้ ให้กำลังใจได้เป็นอย่างดี ส่วน Brokeback Mountain ให้มุมมองในเรื่องของความรัก แต่ก็เป็นความรักที่ไม่ธรรมดา
     
    เอ... เอาเรื่อง Crash มาดูอีกที ดีมั้ยนี่ เพิ่งไปอ่าน พันทิพย์ เฉลิมไทยมา กระทู้ 20 รูโหว่ ของ ภาพยนต์ไทยเรื่อง "ไฉไล" โอ.. เพิ่งจะรู้ ว่า พจน์ อานนท์ กำกับ (เบื่อมันจริงๆ หนังของคนนี้) ทำออกมาได้งัยเนี่ย ตอนแรกที่อยากดู เพราะมี จินตรา พูนลาภ (ชอบนักร้องคนนี้ ดูเค้าเรียบง่ายในชีวิตดี) แต่พออ่านแล้ว เฮ้อ สงสารจินตราจริงๆ น่าจะแสดงหนังอะไร ที่มันบทดีๆ กว่านี้หน่อย เฮ้อ เศร้า
     
    ไปอ่านหนังสือต่อดีกว่า เอ หรือดูหนังดี อยากดู Davinci Code จังแฮะ เข้าเมื่อไหร่เนี่ย...
     
     Apple Movie Trailer Theater Presents The 78th Academy Awards
    January 04

    สวัสดีปีใหม่ ๒๕๔๙ ครับ

     อ่า ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ก็มาเยือน ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๔๙ นี้
     
    "ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขกาย สบายใจ ไร้โรคภัยเบียดเบียน สุขภาพแข็งแรง กันถ้วนหน้าขอรับ"
     
    ไปเที่ยวไหนมากันบ้างเอ่ย ส่วนผมก็ไม่มีอะไรมาก ออกไปสูดอากาศต่างจังหวัด คราวนี้ลงไปทางใต้ครับ บรรยากาศสดชื่อเย็นสบาย ดีจัง อาจจะเป็นเพราะต้นไม้ยังเยอะอยู่ก็เป็นได้ ก็เลยได้เก็บภาพมาพอสมควร และได้เอามาให้ชมบางส่วนครับ ถ่ายมั่วๆ เอาหน่ะ อิอิ ฝีมือ ยังไม่ถึง แค่สมัครเล่นเท่านั้นเอง มาอวยพร ช้าไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาละเนอะ เอิ๊กๆๆ
     
     
     
    อันนี้เป็นรูปรอบๆ บ้านครับ มีสวนสัก ต้นไม้น้อยใหญ่มากมายเลยทีเดียว อันนี้ออกมาเดินยามเช้า เลยถ่ายไปทั่วครับ ภาพขวามือเป็นภาพมดกำลังออกมาจากรังของมัน กว่าจะจับภาพได้ เล่นเอาเหนื่อยเลย เดินหนีซะงั้นอ่ะ ภาพใบไม้สีแดง ไม่มีความหมายนะ เดินผ่านเตะตาดี ชอบอ่ะ ภาพใบไม้บนพื้นสีฟ้า นี่เป็นภาพสะท้อนของใบไม้กับท้องฟ้าบนผิวน้ำ ซึ่งพอถ่ายออกมาต่างจากภาพจริงมากเลย ถ้ามองด้วยตา จะมองเห็นก้นอ่างเลี้ยงปลาด้วย ใสๆ แต่ภาพไม่ออกมาแบบนั้น กำลังคิดว่าจะหาทางทดลองถ่ายแบบ เห็นก้นอ่างด้วย + ภาพสะท้อนบนผิวน้ำด้วยยังงัยดี ใครรู้บ้าง บอกที  อิอิ
     
     
     ภาพบางส่วนจากหาดในพร้าวครับ รีสอร์ท ทิวเขา หาดสาย สายลม และอากาศแบบสบายๆ ไม่ร้อนจัด ที่นี่จัดเป็นหาดเล็กๆ ที่นึง ที่อาจจะไม่มีจุดเด่นอะไรมาก ง่ายๆ สบายๆ ที่สำคัญคนไม่เยอะดี เหมาะกับการไปเดินเล่นพักผ่อนจังเลย น่าเสียดายไกลไปหน่อยอ่ะ มีบังกะโลให้เช่าด้วย ในราคาไม่แพง อยู่ติดชายหาดเลยเชียว
     
     
    อันนี้ รวบรวมภาพสีสันของกรุงเทพฯ ขากลับ แสงสีของไฟตามถนนหนทาง ก็สวยไปอีกแบบเนอะ ว่าม่ะ
     
    แล้วเพื่อนๆ ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างเอ่ย เล่าให้ฟังบ้างจิ สวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ แล้วพบกันปีหน้า  เอ้ย...ม่ายช่าย แล้วพบกันใหม่ฮะ
     
    December 01

    Dream Dream Dream !!!

    อ่า เพื่อนๆ ครับ เมื่อเช้าฝันครับ ตื่นเต้นดี ฝันยาวเหมือนกัน แต่จำได้ ตอนใกล้จะตื่นและ จำได้คร่าวๆ ดังนี้ครับ
     
    ...
    เริ่มจากที่ผมอยู่ในบ้าน อาบน้ำ มีเสียงคุณแม่เรียก พูดอะไรไม่รู้กะคุณแม่จำไม่ได้ แล้วก็ออกไป เหมือนไปทำงานนี่แหละ ปรากฏว่า เหตุการณ์รอบตัว เป็นเหมือนกับอุบัติเหตุ มีผู้หญิง 3 คน ขึ้นรถมาด้วยกัน เหมือนจะเป็นรถตู้นะ แบบฝรั่งนะ เปิดท้าย แล้วก็มีอุบัติเหตุ ทำให้รถคันนั้นเสียหลัก (ลืมบอก ผู้หญิงนัง่ท้าย 2 หน้า 1) คนด้านท้ายคนนึง โดนยิงซ้ำ ตกลงมา อีกคนมัวแต่ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ที่แย่กว่านั้น คนที่อยู่ข้างหน้า เปิดประตูลงมา ด้วยความรีบ มาดูข้างหลัง เดินเหยียบคนที่โดนยิง นอนอยู่กับพื้น ซะงั้น (ในฝัน ผมว่ามันเจ็บมากๆๆ อ่ะ) ผมเห็นเหตุการณ์ตลอด
    แล้วก็ตัดเข้ามา ในตึก ผมเดินเข้ามาก็มาเจอกับผู้ชายคนนึง (ตอนแรก คิดว่า คนคนนี้โดนตามล่า)  ก็คุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงเหตุการร์แปลกๆ ที่หลายคนตายแบบง่ายดาย เหมือนโดนลอบฆ่า ทำนองนั้น แล้วก็ขึ้นลิฟต์ ไปชั้นไหน จำไม่ได้ (คนที่เล่นหวย อาจไม่ได้ตัวเลขชั้น ณ จุดนี้) ก่อน ลิฟต์จะผิด มีเสียงผู้ชาย เรียกว่าให้รอก่อน แต่ก็ไม่ทันลิฟต์ปิดไปแล้ว เสร็จแล้ว
    ภาพตัดมาที่ ผมอยู่ในลิฟต์ ซึ่งขณะนั้น อยู่บนอากาศ เนื่องจาก แรงระเบิด ส่งให้ลิฟต์กระเด็นออกมา จากตัวตึก (เวอร์ เนอะ อะไรจะขนาดนั้น) คือ เหมือนกับ มีการวางแผน จะให้ผม หรือไม่ก็ผู้ชายอีกคน หรือไม่ก็ทั้งสองคนตาย แต่ปรากฏว่า รอดครับ ลิฟต์กระแทกพื้น ก็ออกมาจากลิฟต์ พอออกมา ก็โดนลอบยิง แต่ดีที่ไม่โดน เราสองคนก็พยายาม วิ่งหลบ ในที่โล่งๆ (คิดดูหลบกระสุนในที่โล่งๆ มันจะรอดมั้ย) ก็เจอกำแพง สูง ก็พยายามหลบข้ามไป ข้างในกำแพง เป็นเหมือนหมู่บ้าน แออัดกันอยู่ เราก็ฝ่าเข้าไปในบ้านคน เพื่อซ่อนตัว ก็ทะลุ เข้าไปเรื่อยๆ จนไปโผล่ อีกบ้านนึง ที่อยู่อีกฝากของกำแพง ก็มองออกไป ปรากฎว่า เจอเด็กผู้หญิงใส่ชุดสีฟ่า คล่องแคล่ว พยายามสำรวจ ผู้คนที่เดินไปมา ผมก็โผล่หน้าออกไป ตอนนี้ จำได้ ว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ ในเหตุการณ์ที่ผู้หญิงโดนยิง ข้างต้น เพราะเด็กผู้หญิง คนนี้เป็นคนยิง ผมเห็น ก็เลย พยายามจะเอามือถือ ถ่ายรูปคนนี้เอาไว้ ขณะที่กำลังซุมภาพอยู่ เพื่อให้ชัด เพราะระยะไกล เด็กคนนั้น ก็รู้ตัว ยิงสวนมาครับ แต่ไม่โดนผม หลายนัด แล้วผู้ชายที่มากับผม ก็ควักปืนออกมายิงตอบโต้ (โห มารู้ทีหลังว่า เค้าเป็นคนที่มาคุ้มกันผม เวอร์ อีกและ) แล้วก็เงียบไปสักพัก ก็นึกว่า เด็กผู้หญิงคนนั้น หนีหายไปแล้ว แต่ไม่ใช่ครับ เพราะ ข้างๆ กัน มีต้นไม้ ต้นใหญ่ เด็กคนนั้นปีนขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ แต่กำลังหาว่า เราสองคนอยู่ตรงไหน แต่เผอิญผมเห็นก่อน ก็บอกผู้ชายอีกคนที่มาด้วย แล้วผมก็เห็นเด็กผู้หญิงอีกคน โผล่มาด้วย น่าจะเป็นคู่หู ของเด็กผู้หญิงในชุดสีฟ้านะ แล้วปรากฏว่า ผู้ชายอีกคนที่มาด้วย โดนกรสุนบาดเจ็บ (ตอนไหนก็ไม่รู้) ทำให้ผมต้องเป็นคนยิง ก็ยิง โดนด้วย เพราะระยะไม่ไกลมาก แล้วพอจะยิงเด็กผู้หญิงในชุดฟ้า ก็มีเด็กผู้หญิงอีก 2 คนโผล่มา (อันนี้ คิดเอาเอง ในฝันว่า เหมือนกับเป็น น้องของผู้หญิงชุดฟ้า) สุดท้าย ภาพตัดมาที่ ผมค่อยๆ ยิงเด็กผู้หญิงทั้ง 4 คนตายหมดเลย แล้วก็รู้สึกเศร้า.....(แล้วก็ตื่น)
     
    เหอๆๆ นี่คือ เรื่องราวความฝัน เมื่อเช้านี้นี่เอง ยังกะในหนังเลย จะว่าดูหนังมากก็คงไม่ใช่ เพราะช่วงนี้ ยังไม่ได้ไปดูอะไรเลย เฮ้อ ทำไมฝันก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้ฝันนานมากแล้วนา ก็ตื่นเต้นดี แต่รู้สึกแย่ๆ หน่อย เฮ้ย กูยิงเด็กเหรอเนี่ย เด็กผู้หญิงอีกต่างหาก เฮ้อ.... จบละครับ เช้านี้มาแบบไร้สาระหน่อยครับ 55
     
    November 27

    The way you look at me

    อ่า วันนี้ตามกระแส เห็นคนเอาเนื้อเพง ของเพลงที่ชอบมาลงในสเปซ เลยเอากะเค้ามั่ง ตอนนี้ Track of the month ช่วงต้นฤดูหนาวของผม ก็ของเป็นของสาวคนนี้ครับ Kelly Clarkson กับเพลง Because of you เพลงเพราะดีนะครับ ชอบตรงที่ทำนองและอารมณ์เพลงในการร้อง รู้สึกว่าได้ความรู้สึก ตามเนื้อหาดีครับ เสียงสูงเชียว อุอุ
     
     Kelly Clarkson Canon Artist Image 
     
    Because of you performed by Kelly Clarkson
     
    I will not make the same mistakes that you did
    I will not let myself cause my heart so much misery
    I will not break the way you did
    You fell so hard
    I've learned the hard way, to never let it get that far
     
    Because of you
    I never stray too far from the sidewalk
    Because of you
    I learned to play on the safe side
    So I don't get hurt
    Because of you
    I find it hard to trust
    Not only me, but everyone around me
    Because of you
    I am afraid
     
    I lose my way
    And it's not too long before you point it out
    I cannot cry
    Because I know that's weakness in your eyes
    I'm forced to fake, a smile, a laugh
    Every day of my life
    My heart can't possibly break
    When it wasn't even whole to start with
     
    Because of you
    I never stray too far from the sidewalk
    Because of you
    I learned to play on the safe side
    So I don't get hurt
    Because of you
    I find it hard to trust
    Not only me, but everyone around me
    Because of you
    I am afraid
     
    I watched you die
    I heard you cry
    Every night in your sleep
    I was so young
    You should have known better than to lean on me
    You never thought of anyone else
    You just saw your pain
    And now I cry
    In the middle of the night
    For the same damn thing
     
    Because of you
    I never stray too far from the sidewalk
    Because of you
    I learned to play on the safe side
    So I don't get hurt
    Because of you
    I tried my hardest just to forget everything
    Because of you
    I don't know how to let anyone else in
    Because of you
    I'm ashamed of my life because it's empty
    Because of you
    I am afraid
     
    Because of you
    Because of you
     
    ก็ฟังเพลงนี้ ฟังแล้วฟังอีก ก็เลยอยากรู้ว่าหน้าตาของเจ้าของเสียงคนนี้เป็นยังงัย เลยค้นดูในโลกไซเบอร์ อ่อ หน้าตาเป็นเช่นที่เอารูปมาให้ดูนี่ละครับ และเธอยังเป็น  The winner of Fox TV's first American Idol อีกด้วยแหน่ะ อืม ไปรูปเค้าในแกลลอรี่ เป็นคนหน้าตาธรรมดานะครับ รักการร้องเพลงมากทีเดียว เสียงก็ไม่เลวนะ อืมๆๆ ชื่นชมๆๆ ลองหามาฟังกันนะครับ
     
     
     
    P.S. Music Video เศร้ามากๆ เลยครับ แต่ความหมายดีทีเดียว สื่อให้เห็นถึงสถาบันครอบครัว อุอุ โหลดไปชม เอาเองดีกว่านะครับ ไม่บอกๆ อยากรู้ดูเอาเอง
     
    Music Video Here
     
    November 22

    Because of you

    ^_^ ช่วงนี้ก็มีอะไรต้องทำเยอะเลย ขอรับ ไม่ได้อัพสเปซตัวเองเลย ลุงแกเลยมาบ่นๆๆ แฮะๆๆ ตอนนี้ก็เตรียมโครงการไว้หลายอัน ที่ตั้งใจอยากจะทำมานานมากๆๆ อีกสักพักก็คงจะได้ ปล่อยออกมาให้ติชมกันแน่ๆๆ ฮี่ๆๆ
     
    แต่ตอนนี้ อุบ ไว้ก่อนขอรับ
     
    เพื่อนๆ เป็นงัยกันบ้างเอ่ย ปีใหม่เที่ยวไหน บอกกันบ้างจิ
    September 03

    Volume 1 Concert โอ้ละหนอ My Love 19.00 PM

     
     
     
    อุอุ วันนี้ เดินทางไปชมคอนเสิร์ตรอบพิเศษ ของพี่ นก (Bird) ธงไชย แมคอินไตย์ มา (เขียนนามสกุลเค้าถูกป่าวหว่า) พอดีได้บัตรมา พี่เค้าชวน อิอิ ^_^ วันนี้ รถก็ติดมั่กนะ แถวแจ้งวัฒนะเนี่ย -_-"
    เลยไปถึงสายกว่าที่คาดคิด 20 นาที (ถึงราวๆ ทุ่ม 40) เปิดให้เข้าตอนประมาณ ทุ่มนึง ก้เข้าไปๆ ได้ที่นั่ง 4OQ11 และ 4OQ12 อืม ... จะบอกว่า เพิ่งเคยมาดู คอนเสิร์ตครั้งแรก เหอๆ เคยตั้งใจไว้ว่า คอนเสิร์ตที่อยากดู ไม่ว่ายังงัยก็ต้องดูให้ได้คือ Yanni ชอบมาก อยากเห็นการแสดงสด จะซื้อบัตรแบบแถวหน้าเลย แม้จะแพงก็ตาม -_-"
     
    คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นรอบพิเศษ ก่อนรอบจริง เหมือนเป็นรอบการกุศลเพราะ เกี่ยวเนื่องกับโครงการของพระเจ้าอยู่หัวด้วย แต่ผมจำไม่ได้ว่า ชื่อโครงการ คืออะไร -_-" (แบบว่า ตอนฉาย โครงการ ผมกำลังทาน Mc Fish อยู่อ่ะ) และเป็นรอบพิเศษเฉพาะลูกค้า ธ.ไทยพาณิชย์เท่านั้น
     
    บรรยากาศโดยรวมสนุกดีครับ แต่เพลงพี่เบิร์ดอัลบั้มนี้ ไม่ค่อยมันส์เท่าไหร่ แต่ก็เหมือนจะเพราะหลายเพลงนะ มีเมดเลย์เพลงเก่าๆ เพราะๆ อยู่ด้วย เหมือนรำลึกถึง เปิดตัวด้วยเสียงกรี๊ดจากเหล่าแฟนคลับแม่ยก มิตรรักแฟนเพลง แม้จะยังไม่เห็นตัวพี่เบิร์ดเลยก็ตาม -_-" ก็เพลง "โอ้ละหนอ My love" ละมั้งครับ บอกตามตรง ว่าอัลบั้มนี้ ได้ฟังเพลงเดียวเอง คือเพลง "ไม่แข่งยิ่งแพ้" (ป๋าโทนส่งมาให้ฟัง) หลังจากเมดเลย์เพลงเก่า ก็มีเมดเลย์แดนซ์กระจาย แต่เป็นเพลงสากล สมัย 60's 70's โน่น จำได้ว่าฟังตอนเด็กๆ เช่นเพลง Ring my Bell  หรือเพลงที่มีเนื้อร้องว่า Hands Up, baby, Hands Up ฯลฯ จากนั้น พี่เบิร์ดก็เข้าสู่โหมดไปพัก เนื่องจาก แดนซ์ไปเยอะ ก็มีแขกรับเชิญ เป็น สาว 5 ท่าน เอ่อ ผมจำได้ไม่หมดนะ มีคุณ กาละแมร์ คุณไก่ คุณนีน่า และอีก 2 คน ลืม เหมือนจะเป็นพิธีกร รายการผู้หญิงๆ อะไรทางช่อง 3 นี่แหละ ในช่วง Talk Show ก็วาดลวดลายฝีปาก ฮาตรึม สักพัก ก็เชิญพี่เบิร์ดออกมาตอบคำถามคับอกคับใจของทั้ง 5 สาว ก็ฮากันอีกพอหอมปากหอมคอ มีเวลาเหลือ พี่เบิร์ดก็เลย ชวนทั้ง 5 สาว มาเป็นดาวล้อมเดือน แดนซ์กระจาย ในเพลง "โอ้ละหนอ My love" อีกเวอร์ชั่น ตบท้าย 5 สาวเขย่าเวทีสั่งลาด้วยเพลง ฮูล่า ฮุเล่ อยากไปทะเล (ชื่อเพลงจำไม่ได้) ที่เป็นอัลบั้มของ แคท หว่าหวา เจนนิเฟอร์ แล้วก็ลูกน้อยโพธิ์งามอ่ะ  จำไม่ได้อีกเช่นกัน -_-" แต่ว่า จ๊าบมาก เต้นกันได้ โอ้ โห อื้อหือ มั่กเลย เขย่ากันทุกสั่นส่วน เจ๋งดี คุณกาละแมร์ก็ใส่เต็มที่ ส่วนคนที่เต้นได้ชอบใจผม คือ คุณนีน่า ว้าว แบบว่า ตะลึง คล่องมาก แล้วเขย่าเป็นเขย่า ผสมผสานกับจังหวะดนตรีได้เร้าใจจริงๆ ชอบๆๆ 55
     
    แล้วพี่เบิร์ดก็มาอีกรอบ ร้องเพลง "ไม่แข่งยิ่งแพ้" โอ๊วว มันฟังตอนนี้ มันเพราะขึ้นงัยไม่รู้ สงสัยอารมณ์พาไป ร้องไปพร้อมๆ กับมี กากเพรชโปรยปรายลงมาตลอดเพลง สวยงามจริงๆ ระยิบระยับ อ่า ชอบๆๆ อีกอัน แล้วก็มา "ให้ท่า" ร่วมสนุกกับผู้ชม แล้วก็แดนซ์กระหน่ำ ก่อนปิดฉาก และอำลา ตอนประมาณเวลา เกือบ 4 ทุ่ม เป็นอันเลืกรา ^_^ อุอุ ก็มีเท่าเนี้ยแหละ เล่าให้ฟัง ไปนอนและ
     
    September 02

    Swing Girls เชยอ่ะ เพิ่งจะได้ดูกะเค้า

    เมื่อวานได้ดูภาพยนต์ญี่ปุ่นเรื่องนี้ครับ เคยดูตัวอย่างในโรง ตอนไปดู Be with you มาแล้ว ก่อนหน้านั้น ก็มีคนพูดถึง รวมทั้งส่ง Soundtrack มาให้ฟัง แต่ตอนนั้น ชอบอยู่เพลงเดียว คือ L-O-V-E ของ Nat King Cole ซึ่งเป็นเพลง End Credit ของภาพยนตร์เรื่องนี้
     
     
     
    Swing Girls
    Girls Meet Jazz!!
    เป็นภาพยนต์ตั้งกะปี 2004 โน่น -_-" เพิ่งจะได้ดู เวงกำ รายละเอียดเพิ่มเติม อ่านได้ที่นี่เลยขอรับ
    หรือชมเว็บไซต์ น่ารักๆ ได้ที่ http://www.swinggirls.jp/index.html 
     
    เรื่องย่อ
    เป็นเรื่องราวของกลุ่มนักเรียนหญิงที่จับพลัดจับผลู ไปสัมผัสกับดนตรีแจ๊สซะงั้นแหล่ะ เริ่มจาก การที่ต้องมานั่งเรียนซ่อม วิชาคณิตศาสตร์ ในภาคฤดูร้อน ด้วยความเบื่อหน่าย บวกอากาศร้อนตับแล่บ นำไปสู่เหตุบังเอิญ ที่ทำให้เกิดความหลงไหลในการเล่นดนตรี พลีอตเรื่องก็เป็นแบบนี้แล
    เรื่องราวดำเนินได้ ชวนติดตาม หลงเสน่ห์ไปกับความน่ารักของนักเรียนหญิงมัธยมปลาย (มั้งนะ) อุอุ มีอยู่คนนึง ผมชอบมากเลย น่าร๊ากกกกกกก ซะ ชื่อ  Motokariya Yuika 本仮屋ユイカ ( Yuika Motokariya ) แสดงเป็น  Sekiguchi, Kaori ในเรื่อง แรกๆ จะดูเฉิ่มๆ ไม่น่าสนใจ แต่ไปๆ มาๆ เห็นยิ้มบ่อยขึ้น หลงเสน่ห์เต็มๆ เลย
     
     
     
    Name         Motokariya Yuika 本仮屋ユイカ
    Age           18
    Birthday    08 September 1987
    Star Sign   Virgo
    Blood Type  A
    June 30

    Everything Burns

    Everything Burns - Ben Moody feat. Anastacia.
    First single of OST Fantastic 4
     
    วันนี้ อยากแนะนำเพลงนี้ครับ เพราะดีนะ แต่ชอบตรงอารมณืที่ถ่ายทอดออกมาของเพลงนี้มากกว่า ดู MV แล้ว ก็สวยดีมีลูกเล่น ไปเจอ MV Clip  โดยบังเอิญ เนื่องจาก หา MV ของ Incomplete - BSB แบบชัดๆ อยู่เลยไปเจอตัวนี้เข้า ว่างๆ เลยลองโหลดมาดูซะหน่อย อ่า เพราะดีนะ ยิ่งฟังยิ่งได้อารมณ์ หนังกำลังจะเข้าฉายด้วย กำลังคิดว่า จะไปดูดีป่าวน้า
     
    เนื้อเพลง
     
    She sits in her corner
    Singing herself to sleep
    Wrapped in all of the promises
    That no one seems to keep

    She no longer cries to herself
    No tears left to wash away
    Just diaries of empty pages
    Feelings gone as tray
    But she will sing
     
    Til everything burns
    While everyone screams
    Burning their lies
    Burning my dreams
    All of this hate
    And all of this pain
    I'll burn it all down
    As my anger reigns
    Til everything burns
     
    Ooh, oh
     
    Walking through life unnoticed
    Knowing that no one cares
    Too consumed in their masquerade
    No one sees her there
    And still she sings
     
    Til everything burns
    While everyone screams
    Burning their lies
    Burning my dreams
    All of this hate
    And all of this pain
    I'll burn it all down
    As my anger reigns
    Til everything burns

    เป็นอีกเพลงที่ได้ใจไปแล้ว ในปีนี้ ฟังทั้งวัน ^_^
    June 23

    The Man who loved only numbers - Paul Hoffman

    อ่า ไม่ได้มาเขียนอะไร นานมั่กแล้ว 10 กว่าวันได้ วันนี้เลย จะมากล่าวถึงหนังสือเล่มนึง ที่บังเอิยไปตกหลุมรักเข้าให้ เมื่อตอนประมาณ ต้นเดือน มีนาคม เดินเข้าในร้านหนังสือ เพื่อฆ่าเวลา พลันสายตาไปเจอะเอาเล่มนี้เข้า

     =======================================
    The Man who loved only numbers by Paul Hoffman (พิมพ์ครั้งที่ 3)
    "ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข"
    The International Bestseller.

    =======================================
    แปล : นรา สุภัคโรจน์
    บรรณาธิการ : ดร.พิเชษฐ กิจธารา
    บทนำโดย : ดร.สุทัศน์ ยกส้าน ISBN : 974-323-346-6 ราคา : 210 บาท =======================================

    สีเหลืองนวลสบายตา กับการออกแบบปกเรียบง่าย แต่สื่อความหมายได้ลงตัว ขอยกข้อความบนปกหลังมาให้อ่านกันนะ

    'พอล แอร์ดิช' (PAUL ERDÕS) นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะที่มีผลงานมากที่สุดและสติเฟื่องที่สุดในยุคนี้ เขาหลงไหลคลั่งไคล้คณิตศาสตร์ อย่างไม่ลืมหูลืมตา ใช้เวลา วันละ 19 ชั่วโมง เพื่อคิดและเขียนคณิตศาสตร์ ตราบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต เดินทางตะลอนไปบรรยายทั่วโลก พร้อมข้าวของเครื่องใช้ในถุงพลาสติก ไม่สนใจกับสิ่งต่างๆ ที่ถือว่าสำคัญ ในชีวิตมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เซ็กซ์ การมีเพื่อนคู่ใจ หรือศิลปะ

     Paul Erdos

    =========================
    PAUL ERDÕS
    =========================
    Born: 26-Mar-1913
    Birthplace: Budapest, Hungary
    Died: 20-Sep-1996
    Location of death: Warsaw, Poland
    Cause of death: Heart Failure
    Gender: Male
    Religion: Jewish
    Ethnicity: White
    Sexual orientation: Straight
    Occupation: Mathematician
    Level of fame: Niche
    Executive summary: Loved only numbers
    =========================

    ที่มา : http://www.nndb.com/people/401/000032305/

    ติดตามอ่านบางส่วนได้ที่

    http://www.cise.ufl.edu/~ddd/erdos.html
    http://soucc.southern.cc.oh.us/home/jdavidso/Math/ErdosPaper.html http://bookbuzz.com/MBIO_About_Erdos.htm
    ถ้ามีโอกาส ลองหามาอ่านกันดูนะครับ

    June 11

    Mr. & Mrs. Smith ^0^

    วันนี้ไปดูมาแล้ว ^_^ จริงๆ จะไปดู Sin City แต่โปรแกรมเปลี่ยน อันเนื่องมาจาก ที่ที่ไป เค้าเอาออกจากโปรแกรมไปแล้ว T_T เศร้านิดหน่อย ก็มันอยากดูหง่ะ แต่ก็ได้ดูเรื่องนี้แทน ก็อย่างที่เคยเห็นตามตัวอย่างหนังกันแล้ว หนังน่าดูในระดับหนึ่ง บวกกับ การที่สองดารานำ ค่อนข้างมีแฟนคลับเยอะใช้ได้ และความดังก็ไม่หนีกันเท่าไหร่ ตัวหนังเป็นเรื่องราวของนักฆ่าระดับพระกาฬสองคน แต่ดันมาใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากันซะนี่ โดยที่ต่างฝ่าย ต่างก็ต้องปกปิด Identity ของตัวเองกันเต็มที่ โดยต่างฝ่าย ต่างก็คิดว่า อีกฝ่ายไม่มีอะไร เรื่องคร่าวๆ ก็แบบนี้ ตัวหนังมาพร้อมกับองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่ค่อนข้างลงตัว กับหนังระดับนี้ ทุนสร้างคงเยอะพอสมควร แต่ยอมรับว่า ค่อนข้างรุนแรง ไม่เหมาะให้เด็กๆ ดูเท่าไหร่ แต่การได้ดูหนังเรื่องนี้ ประเด็นที่สอดแทรกเด่นชัดเลยก็คือ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ของคนที่เรียกได้ว่า สามี ภรรยา ในการมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ฉากรรุนแรงในเรื่อง ที่ค่อนข้างมาก ถ้าเปรียบแล้ว ก็คงคล้ายๆ กับ ความรุนแรงทางอารมณ์ของคนเรา เช่น เวลาโกรธกัน ผมเองไม่แน่ใจ คนสร้างได้สอดแทรก ซิมโบลตรงนี้เอาไว้หรือเปล่า แต่ผมก็คิดเอาเองหล่ะ คือดูแล้วมันรู้สึกได้ เปรียบได้กับ การทะเลาะกันของสามีภรรยา จริงๆ ซึ่ง ไม่ต่างจากการ เอาอาวุธเข้าถล่มใส่กันแบบไม่ยั้ง สุดท้าย บ้านพังยับเลย ตรงนี้ก็ไม่ต่างจากการที่เค้าเรียกว่า บ้านแตกนั่นเอง แม้จะเป็นหนังแอคชั่น แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนดูหนังดราม่า เกี่ยวกับ การใช้ชีวิตขององสามี ภรรยา ไปซะงั้น แต่ก็แนะนำให้ดูนะ สนุกดี มีลูกล่อลูกชนเยอะ เนื่องจากเป็นบทที่ถนัดของ ดารานำสองท่านนี้อยู่แล้ว เลยทำให้เรื่องนี้ ค่อนข้างมีน้ำหนักมากขึ้นพอสมควรเลยทีเดียว สรุปหนังดูสนุกดีครับ มันส์ดี เสียดายข้าวของในเรื่องชิบเป้ง เป็นเงินเป็นทองนะนั่นหน่ะ แต่ยังงัยก็คิดว่า เด็กๆ ไม่ควรดู เดี๋ยวมันเอาอย่างแน่ๆ ป.ล. ดูๆๆ ไป ดารานำสองคนนี้ เหมาะสมกันดีแฮะ เอิ๊กๆๆ
    June 06

    Be with you

    ^_^ เมื่อวาน ตัดสินใจดูหนังเรื่องนึง ที่รู้สึกว่าน่าจะดี ที่ตัดสินใจดู เพราะอยากปลดปล่อย จิตใจตัวเองให้ผ่อนคลายลง สงบลงมากขึ้น ถาพยนต์เรื่องนี้คือ Be with you เป็นเรื่องราวความรัก ที่เรียบง่าย มั่นคง และผูกพัน มากขึ้น ตามระยะเวลา ตัวภาพยนต์ สื่อถึงความรักทั้งด้านครอบครัว และตัวเอกเอง แต่ที่ประทับใจ ก็คือ ความสัมพันธ์ ของตัวเอก ที่ก่อตัวอย่างช้าๆ แต่ตรงกัน ของคนสองคน มันเป็นความมุ่งมั่น ความต้องการ ของคนสองคนที่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ถ้าจะพูดให้ชัด ก็คงจะเป็นความมุ่งมั่นของ Mio เพียงคนเดียว เพราะตัว Aio นั้น ยอมแพ้ เพราะคิดว่า ตัวเองไม่ดีพอ แต่ก็ด้วยความรัก ที่ไม่อยากจะให้อีกฝ่ายมาจมอยู่กับตัวเค้า หากปราศจาก ความมุ่งมั่นของ Mio ก็คงจะไม่มีทางที่จะลงเอยด้วยกัน เมื่ออีกฝ่ายอ่อนล้า ทั้งร่างกายและจิตใจ หากอีกฝ่ายก็เป็นด้วย มันก็คงไม่เกิดขึ้นได้ แต่ Mio มีจิตใจที่มุ่งมั่น ความรักของทั้งคู่ จึงลงเอย ภาพยนต์เรื่องนี้ ทำได้ประทับใจ ทั้งเรื่องของการเล่าเรื่อง ที่ค่อยๆ ให้เราเข้าใจ สภาวะหรือสภาพของตัวละครที่ละน้อยๆ เหมือนเราเริ่มรู้จักใครสักคน แล้วก็เพิ่มมากๆ ขึ้น เรื่อยๆ แม้จะนำเอาสิ่งมหัศจรรย์ มาช่วยผูกเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ลดน้ำหนักของความรู้สึกของตัวละครที่ถ่ายทอดออกมา มากนัก ประทับใจ ตรงที่ ต่างฝ่ายต่างก็มีความรู้สึกต่ออีกฝ่าย อย่างไม่ต้องการการตอบแทน แถมยังคิดตรงกันอีกด้วย แต่ยังงัยซะ การที่เรารักใครสักคน ถึงแม้ไม่ใช่ความรู้สึกว่า ต้องการการตอบแทน แต่อย่างน้อยก้ต้องการ ที่จะใกล้ชิด หรือ อยู่ใกล้ๆ บ้างหล่ะ แต่เป็นไปในแบบความสุขเล็กๆ ที่ไม่ได้เป็นความคาดหวังมากมาย หลังจากออก จากโรง แล้วรู้สึกว่าอิ่มใจนะ เคยอ่านมาว่า บางคนจะบอกว่าเรื่องนี้เศร้า แต่กับผมเอง ไม่ยักเศร้านะ แต่ดูไปด้วยความรู้สึก "มีความสุข" ล้วนๆ เลย อยากจะบอกใครสักคนว่า Just want to be with you Krub.
    June 02

    Cloudy Day in Thailand

    ใกล้จะเที่ยงแล้ว เวลาน่าเบื่อ เพราะไม่รู้จะกินอะไร -_-" ฝนตกมาหลายวัน บางทีฝนตกก็รู้สึกเหงาแฮะ อืม อาจจะคิดไปเองก็เป็นได้ แต่วันนี้ รู้สึกมึนๆ หัวอยู่ข้างเดียว (ข้างขวา) อาจจะไม่สบาย T_T เจ้าแบงค์กำลังคุยเรื่องไปคาราโอเกะกัน ได้ไปร้องเพลง คงปลดปล่อยขึ้นมั้ง (รึเปล่า) เห็นว่า ชวนได้ ราวๆ 3-4 คนแล้ว ช่วงบ่าย คงให้คำตอบได้ ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ อยากอ่าน pocket book "ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข" [The man who loved only number] 210 บาท มองมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้อสักที น่าอ่านชะมัด แต่มีอย่างอื่นต้องอ่านเยอะเลย -_-" ซื้อมากลัวจะอ่านอ่ะดิ วางไม่ลงทำงัย
    May 27

    HBD ให้ตัวเองครับ ^_^

    วันนี้ เป็นวันคล้ายวันเกิด ฮ้า อายุเพิ่มขึ้นอีก 1 วันนี้ตั้งแต่ตื่นเช้ามาเลย รู้สึกดี ตั้งแต่เช้า วันนี้เลย อามรมณ์ดีทั้งวัน ก็คิดว่า ต่อจากนี้ อะไรๆ ก็คงจะดีขึ้นเรื่อยๆ นะ ^_^
    May 20

    From this moment ... My life has begun

    ^_^ ใกล้วันเกิดอีกไม่กี่วันแล้ว ครับผม หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง ที่ยังไม่ลงตัว ก็จะพยายามทำให้มันลงตัวมากขึ้น อาจจะใช้เวลาสักหน่อย แต่ก็จะสู้ไม่ถอยละนะ หลังจากที่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย หรือ อาจจะเรียกว่ามักง่ายมากกว่า ไม่ใส่ใจชีวิตตัวเอง ต่อจากนี้ คิดว่า หัวใจ กับความรู้สึก ที่เคยพังลง คงจะเข้มแข็งขึ้น มีกำลังมากพอที่จะไม่ล้มแบบที่ผ่านมาอีก นับจากนี้ จะกลัวให้น้อยลง สร้างความหวังให้กับตัวเองมากขึ้น แล้ววันนึง ความกลัวคงจะหมดไปจากใจอีกครั้ง ทรมานมาเนิ่นนาน กับ ความมืด ที่สร้างขึ้น เพื่อห่อหุ้มตัวเอง แต่มันกลับไม่ช่วยปกป้องตัวเราเลย ที่ผ่านมา มีแต่แย่ลงๆ นับจากนี้ สีดำจะถูกทาทับ ด้วยสีขาว จะทาจนกว่าจะขาวสนิท และจะไม่ยอมให้อะไรมาเปื้อนได้อีก แด่แม่และบุคคลอันเป็นที่รักครับ